โบท๊อก Botulinum toxin คืออะไร

โบท็อก คือ ชื่อทางการค้าของ โบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ ( Botulinum toxin type A) ซึ่งเป็นสารสกัดจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า คลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium Botulinum) โบท็อกถูกนำมาใช้ในวงการเสริมความงาม เมื่อฉีดไปแล้วจะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท (Neurotoxin) มีผลทำให้มัดกล้ามเนื้อทำงานได้ลดลงชั่วคราวและช่วยลดริ้วรอยได้นานถึง 6 เดือน – 1 ปีเลยค่ะ

โบท็อกซ์ ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ? บางอย่างคุณอาจไม่รู้มาก่อน โบท็อกซ์ Botulinum toxin A มีคุณสมบัติมากมาย ดังนี้

  1. ลดขนาดกล้ามเนื้อให้เล็กลง
    1. ลดขนาดกรามให้ใบหน้าดูเรียวเล็กขึ้น
    2. ลดขนาดน่องให้ขาเรียวยาวสวย
    3. ลดขนาดปีกจมูกให้เล็กลงเห็นสันแกนจมูกชัดเจนขึ้น
  2. คลายขนาดกล้ามเนื้อที่หดตัวให้เรียบตึงขึ้น
    1. รอยย่นบริเวณหน้าผาก ตีนกา หางตา ระหว่างคิ้ว
    2. ผิวหนังบริเวณคอ มือ ที่เหี่ยวย่น โบท็อกซ์ช่วยให้ใบหน้ากลับมาเรียบเนียนและดูเด็กขึ้น
  3. ลิฟท์กรอบหน้า
    1. ยกกระชับใบหน้า ไม่ให้หย่อนคล้อย
    2. ช่วยให้กรอบหน้าชัดเจนยิ่งขึ้น
  4. ฉีดใต้วงแขน รักแร้
    1. ช่วยลดการทำงานของต่อมเหงื่อ ทำให้เหงื่อออกน้อยลง
    2. ระงับกลิ่นกายได้อีกด้วย
  5. รักษาโรคไมเกรนเรื้อรัง
    1. ระงับอาการปวดให้น้อยลง
    2. ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการผ่อนคลาย
  6. รักษาอาการตากระตุก
    1. ทำให้กล้ามเนื้อหยุดทำงานชั่วขณะ ช่วยลดอาการตากระตุกได้

โบท็อกดีไหม อันตรายหรือเปล่า ?

การฉีดโบท็อก (Botulinum toxin) จะช่วยรักษาริ้วรอยบนใบหน้า ลดรอยเหี่ยวย่นหน้าผาก หางตา ลดริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงอารมณ์ต่างๆ ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์มากขึ้น และการฉีดโบท๊อกกราม จะช่วยลดขนาดของกรามให้ลดลง ทำให้หน้าเรียวได้รูปมากขึ้นนั้นเองค่ะ

ฉีดโบท็อก อันตรายไหม?

ส่วนใหญ่ที่คนไข้กังวลมักเกิดจากการเห็นผลลัพธ์ไม่ดีจากคนอื่นที่เคยฉีดมาหรือตามที่ออกข่าวไม่ว่าจะเป็นหน้าแข็ง ยิ้มไม่ได้ ไม่เป็นธรรมชาติ หางตาตก แต่ในการรักษาโดยปกติจะไม่มีเคสแบบนี้เลยค่ะ ถ้าเราเลือกคุณหมอที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นแพทย์เฉพาะทางก็วางใจได้ไปอีก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิคและประสบการณ์ของแพทย์แต่ละคน ถ้าฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์และคลินิกที่ได้มาตรฐานก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยค่ะ

ตัวยาโบท็อกมีกระบวนการออกฤทธิ์อย่างไร?

โบท็อกเป็นโปรตีนน้ำใสๆ เมื่อฉีดเข้าสู่บริเวณกล้ามเนื้อจะแยกเป็น 2 ส่วน คือ

  1. ส่วนที่ถูกดูดซึมเข้าไปเก็บไว้ในเซลล์ประสาท
    เป็นส่วนที่จะออกฤทธิ์และถ้าส่วนนี้มีความเข้มข้นสูงก็จะทำให้โบท็อกอยู่ได้นานขึ้นครับ การทำงานของโบท็อกจะไปรบกวนการทำงานของระบบประสาท มีผลทำให้มัดกล้ามเนื้อทำงานลดลงชั่วคราว ผิวหนังก็จะตึงขึ้น ไม่เกิดรอยพับ
  2. ส่วนที่ถูกดูดซึม
    ส่วนนี้จะปลิวไปตามกระแสเลือดในระยะเวลาไม่เกิน 1 ชม. หลังฉีด และถูกขับออกไปโดยไม่ส่งผลต่อเซลล์อื่นในร่างกายครับ

และเพื่อให้การฉีดได้ผลดี เป็นธรรมชาติและปลอดภัยมากที่สุด นอกจากการเลือกคลินิกแล้ว คนไข้ควรศึกษาวิธีดูโบท็อกแท้ไว้บ้าง เพื่อที่จะสามารถตรวจสอบโบท็อกที่นำมาฉีดได้ในเบื้องต้นด้วยค่ะ

อันตรายจากโบท็อกปลอม

มีบางเคสที่เห็นแก่ราคาถูกและไม่ได้คำนึงถึงอันตรายจากโบท็อกปลอม ไปฉีดกับหมอกระเป๋าหรือโบท๊อกไม่มี อ.ย นอกจากไม่สามารถฉีดด้วยเทคนิคที่ถูกต้องแล้ว คุณภาพและการเก็บรักษาตัวยาก็ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้คุณภาพของโบท็อกเสื่อมไป อย่างดีอาจจะฉีดแล้วไม่เห็นผล อย่างร้ายคือทำให้หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยวหรือหนังตาตก

รวมจุดฉีดโบท็อก ฉีดตรงไหน? ช่วยอะไรได้บ้าง?

โบท็อกสามารถนำมาฉีดในกล้ามเนื้อได้หลายจุด แต่บริเวณที่คนนิยมฉีด botox คือใบหน้าค่ะ ทั้งฉีดเพื่อลดริ้วรอยและปรับรูปหน้า สำหรับคนที่สงสัยว่าโบท็อกฉีดตรงไหนได้บ้าง หมอรวบรวมจุดต่างๆ ไว้ดังนี้ค่ะ

ฉีดโบท็อก ยี่ห้อไหนดี? แต่ละยี่ห้ออยู่ได้นานแค่ไหน?

โบท็อกมีหลายยี่ห้อจากหลายประเทศครับ ยี่ห้อของโบท็อกหลักๆ ได้แก่

โบท็อกเกาหลี

  • Botulax
  • Aestox
  • Nabota 

โบท็อกอเมริกา

  • Allergan

โบท็อกอังกฤษ

  • Dysport

โบท็อกเยอรมัน

  • Xeomin

ซึ่งโบท็อกของแต่ละยี่ห้อแต่ละประเภทจะมีระยะเวลาอยู่ได้ไม่เท่ากันนะคะ ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติ กรรมวิธีการทำตัวยาให้บริสุทธิ์, ชนิด protein complex หรือขนาดของ molecule complex ตัวที่จะส่งผลให้โบท็อกแตกต่างกันมากที่สุดคือ ขนาดของ molecule complex size

ขนาดของโมเลกุลจะมีผลต่อการกระจายตัวยา ถ้าออกแบบให้กระจายตัวแคบผลการฉีดก็จะแม่นยำตรงจุด ถ้าออกแบบให้กระจายตัวกว้างก็เหมาะกับคนที่ต้องการเห็นผลรวดเร็วและใช้ฉีดในบริเวณกว้าง

ข้อปฏิบัติตัวที่ควรรู้ก่อนและหลังฉีดโบท็อก

สำหรับใครที่กำลังจะฉีดโบท็อกควรศึกษาข้อปฏิบัติตัว ก่อน-หลังฉีดให้ดีก่อนนะคะ

เพื่อที่จะให้ผลลัพธ์ของการฉีดออกมาดีและคุ้มค่าที่สุด

ก่อนฉีดโบท็อกควรเตรียมตัวอย่างไร?

  1. เลือกใช้โบท็อกแท้มี อ.ย เท่านั้น
  2. ก่อนฉีดควรให้แพทย์ผสมโบท็อกให้ดูต่อหน้าทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ได้เจือจางน้ำเกลือมากเกินไป
  3. ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและหมอที่มีประสบการณ์
  4. ไม่ควรฉีดโบท็อกเกิน 300 ยูนิต ต่อครั้ง
  5. ระหว่างการฉีดควรประคบด้วยความเย็น เพื่อลดการไหลเวียนของเส้นเลือดรอบๆ

หลังฉีดโบท็อกควรปฏิบัติตัวอย่างไร?

  1. หลังฉีดโบท็อกควรรีบขยับเกร็งกล้ามเนื้อที่ฉีดทันที 1-2 ครั้ง
  2. งดนอนราบ 3 ชม.
  3. หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง
  4. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด หมูกระทะ ปิ้งย่าง ชาบู หรืออาหารที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อนๆ
  5. หากมีคอร์สทำหน้า นวดหน้า ควรงด 2 สัปดาห์หลังทำ

ผลิตภัณฑ์อื่นๆ จากคลินิก